จังหวัดกระบี่เฝ้าระวัง "ไวรัสนิปาห์"ใกล้ชิด หลังอินเดียพบผู้ป่วยเพิ่ม ย้ำจังหวัดกระบี่ มีมาตรการเฝ้าระวัง
ขอประชาชนไม่ตื่นตระหนก..
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในประเทศ
อินเดีย ล่าสุดพบผู้ป่วยยืนยันรวม 5 ราย ทางการอินเดียได้เร่งดำเนินการควบคุมโรค กักกันและติดตามผู้สัมผัสใกล้
กว่า 180 คน ในรัฐเวสต์เบงกอล พร้อมยกระดับการเฝ้าระวังในพื้นที่อย่างเข้มข้น จังหวัดกระบี่กำขับมาตรการเฝ้าระวัง
ผู้เดินทาง ณ ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ ย่ำประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยขอประชาชนติดตามข้อมูลจากทางราชการ
และไม่ตื่นตระหนก
จังหวัดกระบี่โดยนายอังกร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ มอบหมายให้สำนักงานสาธาธารณสุขจังหวัด
กระบี่ ร่วมกับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานกระบี่ ซึ่งเป็นจุดประสามงานกฏอนามัยระหว่าง
ประเทศ จังหวัดกระบี่(HR-NFP) ประสานติดตามข้อมูลสถานการณ์ไรคอย่างใกล้ชิดกับกรมควมควมโรค กระกรวง
สาธารณสข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินความเสียงและเฝ้าระวังโรค สำหรับจังหวัดกระบี่ ได้ดำเนินมาตรการ
เฝ้าระวังผู้เดินทาง หากพบผู้เดินทางที่มีใช้สูง หรือมีอาการเข้าได้กับโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ จะมีการคกรองเพิ่มเติม ณ
ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศทำอากาศยานกระบี่ เพื่อประเมินอาการและดำเนินการตามแนวทางที่กำหนดกันที่
ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่เพิ่มเติมว่า "โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ก่อให้เกิดอาการทาง
ระบบประสากและมีอัดราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่พบรายงานผู้ป่วยในคน โดยโรคนี้เป็นหนึ่ง
โรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.ศ. 2558 ซึ่งกำหนดให้ต้องรายงานทันทีเมื่อพบผู้ป่วยต้องสงสัย"
ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่กล่าวต่อว่า ณ ขณะนี้ ก่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ มีเที่ยวบินตรงจากประเทศอินเดีย
จำนวน 14 เกี่ยวบิน/สัปดาห์ ทั้งนี้ไม่ได้เป็นเที่ยวบินจากเมืองโกลกาตา รัฐเวลต์เบงกอล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีรายงานการเกิด
โรคดังกล่าว แต่ได้มีการสั่งกำขับให้เข้มข้นมาตรการเฝ้าระวังโรค และให้ปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันและควบคุมโรค
ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
ด้านนายแพทย์สมบูรณ์ บุญกิตติชัยพันธ์ สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์
จะมีการติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน และมีกาวะสบองอักเสบที่อาจเสียชีวิตได้ ผู้ป่วยมักเริ่มมีอาการใช้ ปาดศีรษะ
ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อาเจียน ก่อนจะมีอาการทางระบบประสาก บางรายอาจมีปอดอักเสบ อาจเกิดอาการชักและ
เสียชีวิตได้ ไวรัสนิปาห์สามารถติดต่อได้หลายทาง ดังนี้ 1) จากสัตว์สู่คน : สัมผัสโดยดรงกับสิ่งคัดหลั่ง (น้ำลาย
ปัสสาวะ มูล เลือด)ของสัตว์ที่ติดเชื้อ โดยเฉพาะค้างคาวผลไม้(แหล่งรังโรคหลัก) 2) การรับประทานอาหารที่ปนเปื้อน:
กินผลไม้ที่มีรอยกัดแทะของค้างคาว หรือดื่มน้ำช่อดอกมะพร้าว/อินทผลัมที่ปนเปื้อนน้ำลาย ปัสสาวะหรือบลมูลค้างคาว
และ3) จากคนสู่คน : ผ่านการสัมผัสไกลชัดกับสารค้ดหลังของผู้ป่วย เช่น น้ำลายหรือเสมหะ ประชาชนสามารถป้องกัน
โรคติดเชื่อไวรัสนิปาห์ได้ ดังนี้ 1) ล้างมือบ่อย ๆด้วยสบู่และน้ำหลังจากสัมผัสสัตว์หรือไปไบพื้นที่เสียง 2) หลีกเลี่ยง
ผลไม้ที่มีรอยกัด หรือผลไม้ที่ตกอยู่กับพื้น และควรล้างผลไม่ให้สะอาดก่อนรับประกาน 3) เลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่วย และ
หากพบสัตว์ป่วยตายผิดปกติควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ 4) ปรุงอาหารให้สุก และหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำผลไม้สดที่เก็บ
จากต้น หรือกันผลไม่ที่มีรอยสัตว์กัดแทะ และหากมีประวัติเดินทางไปยังพื้นที่เสียง หรือมีประวัติเดินป่า ร่วมมีอาการ
น่าสงสัยโรคนิปาห์ดังกล่าวข้างต้น ควรพบแพทย์และแจ้งประวัติเสี่ยงแก่บคลากรทางการแพทย์ เพื่อการตรวจวินิจฉัยที่ทันท่วงที

0 ความคิดเห็น